เอนทรี่นี้ยาวนิดนึงนะครับ เพราะว่าจะเอาวันแรกให้จบ
ไม่งั้นจะเป็นเรื่องยาวเกินไป อาจจะหลายตอนมาก
ส่วนใครที่พลาดตอนก่อนๆ ตามลิงค์ไปอ่านได้เลยครับ

[พักร้อน] สวัสดี ● เจแปน ตอน2 : เวลคัมทูเจแปน
[พักร้อน] สวัสดี ● เจแปน ตอน1 : เตรียมตัว

-------------------------------------------------

 

เพิ่มเติม
เอนทรี่นี้นับเป็นเอนทรี่เริ่มต้นของกิจกรรม june write ด้วยละกัน
ใครผ่านไปผ่านมาก็อย่าลืมรดน้ำต้นไม่ให้ผมด้วยนะครับ
ตั้งใจว่าจะลองให้ครบ 30 เอนทรี่ดูสักที
ถ้าใครสงสัย ลองไปอ่านรายละเอียดได้ ที่นี่

 

 

หลังจากที่เอนทรี่ที่แล้วได้มาเหยียบแผ่นดินญี่ปุ่น ออกเดินทางด้วยรถไฟของญี่ปุ่นครั้งแรก
ย้ายมาขึ้น JR ไปหอพักของเพื่อน เก็บข้าวเก็บของเรียบร้อยแล้ว
ราวๆเที่ยงเพื่อนก็พาออกมาแวะซื้อตั๋วสำหรับวันพรุ่งนี้ ที่ชินจูกุ
แวะไปกินข้าวแถวชิบุย่า เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง 
มื้อนี้เลยไปที่ร้านเกี้ยวซ่าเจ้าอร่อย (เพื่อนแนะนำมา) อยู่แถวๆ Shibuya-Omotesando
*หน้าร้านเกี๊ยวซ่า


เมนูแนะนำก็นี่เลย ออกเดิฟด้วยแตงกวาแช่เย็นเจี๊ยบในซอสที่เหมือนน้ำสลัด
หมดไปตั้งแต่มาตั้งเลยทีเดียว ถ้วยสแตนเสลที่ไม่มีอะๆไรนั่นแหละครับ
ที่นี่แค่แตงกวาแช่เย็นก็ขายกันได้แล้วละ เป็นของกินช่วงหน้าร้อน
แล้วก็มีเกี้ยวซ่าญี่ปุ่นแบบทอด และแบบน้ำ รวมถึงถัวงอกผัดซอส XX
แต่มันอร่อยมาก เข้าเนื้อ ส่วนเกี๊ยวก็อร่อย ออริจินอลสุดๆ




อิ่มแล้วก็ออกเดินดูคนบนถนน Omotesando ที่มีร้านค้าหลายแบรนด์
แต่ย่านนี้ไม่เป็นที่รู้จักในหมู่กรุ๊ปทัวร์จากไทยเท่าไหร่ ที่ส่วนมากก็ไปแวะ Ginza เลย
ข้อมูลจากเพื่อนบอก Ginza เป็นแบรนด์นอกทั้งนั้น ไปแล้วก็ไม่มีปัญญาจะซื้อ
ส่วนมากก็ป้าๆ ซ้อๆไปกัน แต่แถวนี้จะเป็นแนววัยรุ่น วัยทำงานมากกว่า
ย่านนี้เดินดูผ่านๆ เพราะจะมีอีกวันที่ต้องมาแถวนี้เพื่อซื้อของอีก

*ถนน Omotesando


บ่ายโมงกว่าๆก็มุ่งสู่วัดอาซาคุสะ โดยรถไฟ Tokyo Metro  
จากสถานี Omote Sando ไปสถานี Asakusa (สายสีส้ม)
วันนี้ซื้อตัวแบบ Tokyo Metro 1-Day Open Ticket  ราคา 710Y
*เป้าหมายต่อไป Asakusa


แปปเดียวเราก็เดินทางมาถึงสถานี Asakusa 
ระหว่างตัวสถานีไปยังวัด Sensoji ก็ต้องเดินผ่านถนน Nakamise
เป็นทิวแถวร้านขายของที่ระลึก เครื่องราง และบรรดาของฝาก (แผนที่)

ผ่านถนน ผ่านประตูโคมแดงเข้ามาก็จะเจอตัววัด Sensoji
แต่เสียดายที่ตัวอาคารหลักของวัดกำลังอยู่ในช่วงซ่อมแซม
ขณะที่ไปถึงวัดราวๆบ่าย2ถึงบ่าย3 พบเด็กนักเรียนจำนวนมาก
น่าจะมาทัศนศึกษา มีตั้งแต่อนุบาลถึงเด็กม.ปลาย รวมถึงนักท่องเที่ยว
ที่นี่นับเป็นอีกหนึ่งเช็คพ้อย ที่นักท่องเที่ยวนิยมมากัน 


*แลนมาร์คตรงสามแยกที่สถานี


*บรรยากาศตอนเดินไปยังตัววัด


*บรรยากาศตัววัดและโคมยักษ์สีแดง


*เจดี Gojunoto Tower และ ศาลเจ้า Asakusa  

 

เอาโคมแดงจากวัด Sensoji มาให้ดูกันชัดๆอีกสักที 


ตอนเดินออกมาแวะซื้อขนมจากถนน Nakamise  ดูสักหน่อย
เป็นแป้งทอดใส้ถั่วแดง ด้านนอกเป็นน้ำตาลหวานๆ อร่อยดี ชิ้นละ 80Y ซื้อมาลอง 2 แบบ


 

 

 

หลังจากที่อยู่ชมวัดกันมาสักพักก็ออกเดินทางไปยังเมืองใหม่โอไดบะ
ที่เกิดมาจากการถมทะเล และสร้างเป็นเมืองขึ้นมา
การเดินทางก็ขึ้นรถจากสถานี Asakusa  มาลงที่สาถนี Shimbashi
ของ Tokyo Metro : GinzaLine สายสีส้มเช่นเคย

*เป้าหมายต่อไป Shimbashi


พอมาถึง Shimbashi ก็เปลี่ยนรถไฟเป็นสาย Yurikamome สายหลักที่จะใช้ไป Odaiba
ซึ่งเป็นรถไฟที่วิ่งได้เอง ไม่มีคนขับ แต่ก็ใช้บัตรร่วมกับ Tokyo Metro 1-Day Open Ticket ไม่ได้
คนละเจ้ากัน จุดเด่นของที่นี่ก็คือสะพาน Rainbow Bridge ที่มีความสวยงาม
ระหว่างทางก็ถ่ายรูปจากข้างในรถ ภาพเลยมีรอบกระดำกระด่างของกระจกบ้างนะครับ




*รูปนี้พาโนรามา กดไปดูแบบเต็มได้ที่นี่นะ


มาถึงแล้วก็จะมีหลายๆโซนให้เที่ยวชมกัน แต่ด้วยเวลาที่น้อยไปถึงก็ตอนเย็นแล้วเลยแวะได้ไม่กี่ที่
เมก้าเว็บ- โตโยต้า ซิตี้ โชว์เคส ศูนย์แสดงสินค้าของโตโยต้า




ชิงช้า Ferris Wheel 15นาที 900Y แต่ไม่ไ่ด้ขึ้น




เลย Palette Town มาหน่อยจะเป็น VenusFort เป็นมอลล์ขนาดใหญ่ ร้านรวงมากมาย
แต่ซื้ออะไรไม่ค่อยได้ เดินที่นี่ได้บรรยาศแปลกไปอีกแบบ ไม่เหมือนมาญี่ปุ่น
ท้องฟ้าด้านบนที่เห็นเป็นเมฆนั่น ลอยได้ด้วยนะ ลอยไปลอยมา ดูแล้วเคลิ้ม
แต่ที่นี่หลายคนทักบอกว่าเหมือนคาสิโนที่มาเก๊า 


* VenusFort จะเป็นถนนภายในตัวตึก เดินวนถึงกันได้ 3-4 โซน



*น้ำพุกลาง VenusFort



เดินเที่ยวฟากนี้ได้สักพักก็ย้ายออกมาอีกฝั่งของโอไดบะ

* ฟ้ากำลังเริ่มมืด



* Farris Wheel อีกมุมหนึ่งหลังพระอาทิตย์ตก



* มีลานโล่งๆ และประตูสีๆ คงจะเป็นงานศิลปะ


วิวของ Rainbow bridge ที่ตะกี้นังรถไฟสาย Yurikamome  ข้ามมา


* วิวของ Rainbow bridge ที่ตะกี้นังรถไฟสาย Yurikamome  ข้ามมา

 


* เดินไปเดินมา อ๊ะ! ถึงอเมริกาซะงั้น

 

 

 

 

เดินจนเมื่อย เพราะโอไดบะเนี่ยใหญ่มากๆ
หลังพระอาทิตย์ตก อากาศก็จะเริ่มหนาว และมีลมพัดมาตลอด
บรรยากาศโรแมนติกมากๆ แต่มันไม่เหมาะสำหรับเรา
ก็เลยไปหาอะไรกินดีกว่าาาาา ที่ Aqua City Odaiba ช้อปปิ้งมอลล์ข้างๆ เทพีเสรีภาพ
เดินดูแล้วก็เลยตัดสินใจไปลอง โอโคนามิยากิ กัน
ชื่อร้านอะไรก็ไม่รู้ อ่านไม่ออก  เมนูภาษาอังกฤษที่อ่านแล้วงงไปเลย
เพราะเขาแปลตรงตัวเป็นคำๆ  แถมพนักงานก็ไม่มีใครบอมพูดภาษาอังกฤษกับเราอีก
ก็เลยต้องใช้ภาษาชี้ เอาอันนั้นเอาอันนี้
แถมตอนขณะทำเข้าก็ยังจะมาพูภาษาญี่ปุ่นให้ฟังอีก
ไอ้เราก็ได้แต่นั่งพยักหน้าหงึกๆ ทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ดีที่ยังมีประสบการณ์กับโอโคนามิยากิมาบ้าง เลยพอจะเดาเนื้อหาที่เข้าพูดได้

_DSC1641_ by you.
*อุปกรณ์พร้อม

_DSC1632_ by you.
*โอโคนามิยากิกุ้ง


_DSC1643_ by you.
*อยู่บนเตาได้สักพักก็โรยปลาแห้ง แล้วพลิกอีกด้าน เอ้า ฮึ๊บ  



_DSC1645_ by you.
*อ๊างงง ละเลงซอส 

 

_DSC1649_ by you.
*สั่งยากิโซบะมาเคียงด้วย

 

_DSC1647_ by you.
*และหนวดหมึกหนุบหนับ

 

 มื้้อนี้ถือว่าอร่อยเลยละกรอบๆ อร่อยลิ้นมาก
กินกับเบียร์ด้วยนะ แจ่มไปเลยทีเดียว
หลังจากที่กินอิ่มแล้ว ก็เดินทางกลับ (ราว3ทุ่ม)
ก่อนไปก็แวะอำลาเทพีเสรีภาพ สาขากรุงโตเกียวกันอีกที

_DSC1652_ by you.



ขากลับก็กลับทางเดิม ด้วยรถไฟสาย Yurikamome กลับมาลงที่ Shimbashi
จากนั้นขึ้น Tokyo Metro สาย Ginza (สีส้ม) ไปลงที่สถานี Ginza
เพื่อเปลี่ยนไปขึ้นสาย Marunouchi (สีแดง)ไปลงสถานี Ikebukuro
รอเพื่อนเลิกงาน กลับหอพร้อมกัน เป็นอันหมดวันแรก

ginza by you.
*เส้นทางขากลับ

 

_DSC1661_ by you.
*เอารูปตู้ซื้อตั็วรถไฟมาให้ดู เส้นทางเยอะแยะมากมาย จะไปไหนก็เล็งกันให้ดีๆนะ



_DSC1663_ by you.
*ช่วงเวลา3ทุ่มกว่าๆ ที่สถานีรถไฟ สถานีนี้คนน้อยชานชาลาก็แคบ ดูเงียบเหงาไปหน่อย







สรุปค่าใช้จ่ายต่อคน วันที่ 20

ค่ารถไฟจากสนามบิน ไป Nippori     1000Y  
ค่ารถไฟ JR จาก Nippori ไป Meijiro     160v  
ค่ารถเมล์จาก Meijiro ไป Wasada 200Y
ค่ารถเมล์จาก Wasada ไป Shinjuku     200Y
ค่ารถไฟ JR จาก Shinjuku ไป HaraJuku     140Y
ค่าตั๋ว Tokyo Metro 1-Day Open Ticket   710Y
น้ำ 2 ขวด   250Y
ขนมแป้งทอดที่วัด Sensoji 80Y
ค่าตั๋วรถไฟสาย Yurikamome ไป Odaiba 370Y
ค่ามื้อเย็น คนละ 1500Y
ค่าตั๋วรถไฟสาย Odaiba ไป Yurikamome 310Y
ค่ารถเมล์จาก Yurikamome ไป Wasada 200Y
รวม 5120Y









ส่งท้ายก่อนจบเอนทรี่นี้ 
เตรียมพบฟูจิซังเอนทรี่หน้านะครับ
fuji by you.

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ว้าวอยากไปจังอ่ะ...อยากนังชิงช้าสวรรค์confused smile

#1 By thawatchairicher@hotmail.com on 2009-06-01 13:56

รอโหลด ๆ อยากมีโอกาสได้ใช้เงิน เยน บ้างจังว่ะโตcry
เห็นแล้วคิดถึงสมัยก่อนครับ
ผมก็เคยไปญี่ปุ่นเมื่อ5ปีที่แล้ว big smile
สวยมากจริงๆครับ

#4 By Friday Team on 2009-06-01 15:59

ชอบภาพสถานีรถไฟยามดึกbig smile

#5 By V@R on 2009-06-01 17:38

โหลดโหด แต่รูปสวย(ชวนไป)ให้อภัย sad smile
ชอบ VenusFort cry Hot!

#6 By llsllAku on 2009-06-01 19:46

อาหารแต่ละอย่าง



น่ากินมากๆๆๆๆๆ big smile

#7 By caffeineaddict on 2009-06-02 00:07

เกี๊ยวซ่า น่ากิน
โอโคโนฯ น่ากิน
ยากิโซบะ น่ากิน
ปลาหมึก น่ากิน
ขนม ก็น่ากิน

ภาพสวยมากๆๆ ครับ โดยเฉพาะภาพพาโนรามา กับภาพชิงช้า

#8 By Googigg on 2009-06-02 00:37

ภาพถ่ายสวยคับ อิจฉาจังopen-mounthed smile

#9 By ILL on 2009-08-03 12:38