[พักร้อน] สวัสดี ● เจแปน ตอน1 : เตรียมตัว
posted on 28 May 2009 12:35 by 7-day-after in GoGoGo
สวัสดีครับชาวคณะห่างหายไปนาน เลยทีเดียว
อาทิตย์ก่อนมีโอกาสไปเมืองนอกมาละครับ วันที่ 19-24 พ.ค.
ก็เลยเอามาเล่าให้อ่านกัน เผื่อว่าจะเป็นข้อมูลให้ใครที่อยากไป ว่าไปนั่น 
เล่าไปแปะรูปไปเรื่อยๆนะครับ รูปที่ถ่ายก็ไม่่ได้จริงจังอะไรมากมาย เจออะไรก็ถ่าย

เล่าไปแปะรูปไปเรื่อยๆนะครับ รูปที่ถ่ายก็ไม่่ได้จริงจังอะไรมากมาย เจออะไรก็ถ่าย
เพราะที่ญี่ปุ่นอะไรๆมันก็น่าตื่นเต้นเต็มไปหมด
อันที่จริงก็เขียนเล่าไปที่ฟอนต์ด้วยเหมือนกัน แต่ที่นั่นคนนอกเข้าไปอ่านไม่ไ่ด้
ก็เลยเอามาแปะไว้ที่นี่ด้วยอีกส่วนนึง แก้สำนวนบ้างอะไรบ้างนิดๆหน่อยนะครับ
เอาละเข้าเรื่องกันดีกว่า
ไปญี่ปุ่นเนี่ยถือเป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกของผม
เลือกที่จะไปประเทศที่ใฝ่ฝันว่าอยากจะไปตั้งแต่สมัยเป็นเด็กๆละ
ตอนนั้นคิดว่าการที่จะได้ไปเมืองนอกสักครั้งนึงนั้นต้องมีเงินถุงเงินถัง
ใช้จ่ายเงินเยอะ ค่าเครื่องบินแพงๆ เป็นอะไรที่เกินเอื้อมมากๆ
แต่ที่จริงแล้วตอนนี้ช่วงที่เราสามารถหาเงินได้เอง
อันที่จริงก็เขียนเล่าไปที่ฟอนต์ด้วยเหมือนกัน แต่ที่นั่นคนนอกเข้าไปอ่านไม่ไ่ด้
ก็เลยเอามาแปะไว้ที่นี่ด้วยอีกส่วนนึง แก้สำนวนบ้างอะไรบ้างนิดๆหน่อยนะครับ
เอาละเข้าเรื่องกันดีกว่า
ไปญี่ปุ่นเนี่ยถือเป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกของผม
เลือกที่จะไปประเทศที่ใฝ่ฝันว่าอยากจะไปตั้งแต่สมัยเป็นเด็กๆละ

ตอนนั้นคิดว่าการที่จะได้ไปเมืองนอกสักครั้งนึงนั้นต้องมีเงินถุงเงินถัง
ใช้จ่ายเงินเยอะ ค่าเครื่องบินแพงๆ เป็นอะไรที่เกินเอื้อมมากๆ
แต่ที่จริงแล้วตอนนี้ช่วงที่เราสามารถหาเงินได้เอง
เก็บหอมรอมริบจริงจังก็สามารถไปได้ง่ายๆเลยนะไม่ต้องถึงกับเงินถุงเงินถังมากมายอะไร
วางแผนดีๆ ใช้ให้คุ้มเงิน หรือมีเพื่อนอยู่ญี่ปุ่นอย่างผมก็ได้ที่พักฟรี
เที่ยวเมืองนอกได้อย่างประหยัดเหมือนกัน 
ไปครั้งนี้ด้วยเพราะโปรโมชัน 'เฟรนออฟไทย' ของเจ้าจำปีเมื่อช่วงต้นปีที่ดังๆนั่นแหละครับ
ไปกลับญี่ปุ่นในราคา 15,000 ก็เลยตัดสินใจจะไปกันจริงๆ เอาช่วงท้ายๆของการขายตั๋ว
ว่า เอาว่ะ เอาไงเอากัน ในเมื่อโอกาสเหมาะๆมันมาแล้ว ก็เลยตัดสินใจชวนเพื่อนไปกันสักทีนึง
ไปกันเอง เที่ยวกันเอง อาศัยว่ามีเพื่อนอยู่ทีนู่นที่พอจะช่วยชี้แนะได้
ไปคราวนี้เลยคล่องตัวกว่าไปกับทัวร์มากๆ

ไปครั้งนี้ด้วยเพราะโปรโมชัน 'เฟรนออฟไทย' ของเจ้าจำปีเมื่อช่วงต้นปีที่ดังๆนั่นแหละครับ
ไปกลับญี่ปุ่นในราคา 15,000 ก็เลยตัดสินใจจะไปกันจริงๆ เอาช่วงท้ายๆของการขายตั๋ว
ว่า เอาว่ะ เอาไงเอากัน ในเมื่อโอกาสเหมาะๆมันมาแล้ว ก็เลยตัดสินใจชวนเพื่อนไปกันสักทีนึง
ไปกันเอง เที่ยวกันเอง อาศัยว่ามีเพื่อนอยู่ทีนู่นที่พอจะช่วยชี้แนะได้
ไปคราวนี้เลยคล่องตัวกว่าไปกับทัวร์มากๆ
หลังจากซื้อตั๋วไปแล้ว 15,000 บาทถ้วน
ก็มานั่งนึกๆดู เงินเก็บก็มีไม่เท่าไหร่ แถมวันที่จะลางานไปก็ยังไม่ไ่ด้ดูถึงรายละเอียด
พาสปอร์ตก็ไม่มี วีซ่าก็ยังไม่เคยทำ เลยหาข้อมูลกันใหญ่เลยละ
พาสปอร์ตทำยังไง วีซ่าไปญี่ปุ่นทำที่ไหน
การเดินทางที่นู่นเป็นไง ไปหารีวิวญี่ปุ่นมาอ่าน และข้อมูลอื่นๆอีกเยอะแยะมากมาย
ตอนนั้นเห่อมากๆ ตื่นเต้นที่จะได้ไปเมืองนอก 
ราวๆกลางเดือนมีนาก็ลางานครึ่งวันไปทำพาสปอร์ต ที่เซ็นทรัลประเทศบางนา
ปลายเดือนเมษาหลังจากไปลั๊นลาสงกรานต์ที่เชียงใหม่ก็ไปทำวีซ่าประเทศญี่ปุ่น
ด้วยเพราะรอเอกสารจากเพื่อนของเพื่อนที่อยู่ที่นู่น เลยได้ทำเอาตอนนั้น
แอบหวั่นๆกลัววีซ่าจะไม่ผ่าน แถมไปขอเอาช่วงใกล้จะไปด้วย
ซึ่งที่ไปหาอ่านเอาตามอินเตอร์เน็ต ขู่มาว่าได้วีซ่าญี่ปุ่นเนี่ยเขาเขี้ยวในระดับนึงทีเดียว

ราวๆกลางเดือนมีนาก็ลางานครึ่งวันไปทำพาสปอร์ต ที่เซ็นทรัลประเทศบางนา
ปลายเดือนเมษาหลังจากไปลั๊นลาสงกรานต์ที่เชียงใหม่ก็ไปทำวีซ่าประเทศญี่ปุ่น
ด้วยเพราะรอเอกสารจากเพื่อนของเพื่อนที่อยู่ที่นู่น เลยได้ทำเอาตอนนั้น
แอบหวั่นๆกลัววีซ่าจะไม่ผ่าน แถมไปขอเอาช่วงใกล้จะไปด้วย
ซึ่งที่ไปหาอ่านเอาตามอินเตอร์เน็ต ขู่มาว่าได้วีซ่าญี่ปุ่นเนี่ยเขาเขี้ยวในระดับนึงทีเดียว
แต่จริงๆแล้ว เตรียมเอกสารไปให้ครบ ทำใจสบายๆ ไปยื่นให้เจ้าหน้าที่
ตอนยื่นเอกสารเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ถามอะไรมาก ที่จำได้แค่ถามว่าไปทำอะไร
ตอนยื่นเอกสารเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ถามอะไรมาก ที่จำได้แค่ถามว่าไปทำอะไร
ที่ไหน ไปวันที่เท่าไหร่ กลับวันไหน ไปกี่วัน เท่านั้นเองละ
แล้วเค้าก็จัดเอกสารที่เราเอาไป มัดยางวง
แล้วเค้าก็จัดเอกสารที่เราเอาไป มัดยางวง
แล้วก็ให้ไปรอรับบัตรที่จะมาเอาพาสปอร์ตในอีก 3 วันให้หลัง ง่ายมากมาย 
หลังจากเสร็จเรื่องเอกสารก็มาวางแพลนเอาช่วงต้นเดือน พ.ค.
เห็นมั๊ยละครับว่าผมมันพวกอ้อยอิ่ง กว่าจะได้ทำแต่ละอย่าง
ลางาน 3 วัน และตั้งแพลนไว้ว่าจะไป 5 วัน ช่วงวันที่ 19-24 พ.ค.
แอบเสียดายช่วงต้นเดือนเหมือนกัน ที่มีวันหยุดแหว่งๆฟันหลอซึ่งช่วงนั้นน่าไปมาก
แต่เพื่อนที่จะไปด้วยดันไม่ว่าง เพราะต้องอ่านหนังสือ รอสอบวันที่17 พ.ค.
สรุปสุดท้ายตกลงกันได้ไปกัน 5 วันก็น่าจะพอ
วันที่ 19 ออกเดินทางเที่ยงคืน ถึงนาริตะตอนเช้าก็จะเที่ยวเลย
วันกลับก็เย็นวันที่ 24 ถึงดึกๆวันเดียวกัน
คิดไว้คร่าวๆก็จะไปตะลุยกรุงโตเกียว เที่ยวโอไดบะ ชมเมืองเก่านิกโก้
แช่ออนเซ็นฮาโกเน่ ตื่นเต้นรถไฟเหาะฟูจิคิว วันสุดท้า้ยแวะซื้อของฝากก่อนเดินทางกลับ
แต่จนแล้วจนรอด เพื่อนที่อยู่โตเกียวก็บอกมาว่าไม่น่าจะไหว

หลังจากเสร็จเรื่องเอกสารก็มาวางแพลนเอาช่วงต้นเดือน พ.ค.
เห็นมั๊ยละครับว่าผมมันพวกอ้อยอิ่ง กว่าจะได้ทำแต่ละอย่าง

ลางาน 3 วัน และตั้งแพลนไว้ว่าจะไป 5 วัน ช่วงวันที่ 19-24 พ.ค.
แอบเสียดายช่วงต้นเดือนเหมือนกัน ที่มีวันหยุดแหว่งๆฟันหลอซึ่งช่วงนั้นน่าไปมาก
แต่เพื่อนที่จะไปด้วยดันไม่ว่าง เพราะต้องอ่านหนังสือ รอสอบวันที่17 พ.ค.
สรุปสุดท้ายตกลงกันได้ไปกัน 5 วันก็น่าจะพอ
วันที่ 19 ออกเดินทางเที่ยงคืน ถึงนาริตะตอนเช้าก็จะเที่ยวเลย
วันกลับก็เย็นวันที่ 24 ถึงดึกๆวันเดียวกัน
คิดไว้คร่าวๆก็จะไปตะลุยกรุงโตเกียว เที่ยวโอไดบะ ชมเมืองเก่านิกโก้
แช่ออนเซ็นฮาโกเน่ ตื่นเต้นรถไฟเหาะฟูจิคิว วันสุดท้า้ยแวะซื้อของฝากก่อนเดินทางกลับ
แต่จนแล้วจนรอด เพื่อนที่อยู่โตเกียวก็บอกมาว่าไม่น่าจะไหว
เพราะมันจะเหนื่อยมาก แพลนเลยโดนหั่นเหลือดังนี้ 
วันที่ 19 ออกเดินทางออกจากสุวรรณภูมิตอน 23.50
วันที่ 20 ถึงสนามบินนาริตะ เอาของไปเก็บที่หอเพื่อน
เที่ยงๆออกจากห้องไปกินข้าว แล้วออกเดินทางไปอะกิฮาบารา - วัดอาซาคุสะ - โอไดบะ
วันที่ 21 Hakone Trip
วันที่ 22 City Tour (Shinjuku - Shibuya - Harajuku - Omotesando)
วันที่ 23 Fuji-q
วันที่ 24 Ueno บ่ายโมงจับรถไฟเดินทางกลับ

วันที่ 19 ออกเดินทางออกจากสุวรรณภูมิตอน 23.50
วันที่ 20 ถึงสนามบินนาริตะ เอาของไปเก็บที่หอเพื่อน
เที่ยงๆออกจากห้องไปกินข้าว แล้วออกเดินทางไปอะกิฮาบารา - วัดอาซาคุสะ - โอไดบะ
วันที่ 21 Hakone Trip
วันที่ 22 City Tour (Shinjuku - Shibuya - Harajuku - Omotesando)
วันที่ 23 Fuji-q
วันที่ 24 Ueno บ่ายโมงจับรถไฟเดินทางกลับ
เอาละหลังจากได้แพลนแล้ว เราก็มาเตรียมตัวไปญี่ปุ่นกันโลดดดดดด
ฟิตร่างกาย ไม่ให้เป็นหวัด เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีข่าวเรื่องไข้หวัดหมูเลย
แต่ก่อนจะเดินทางมันก็ลามมาที่ญี่ปุ่น แอบเกร็งๆเหมือนกัน
ทุกคนที่รู้ว่าจะไปก็ถามกันใหญ่ จะไปจริงเหรอ ช่วงนี้ไม่กลัวไข้หวัดรึไง
แต่ทำไงได้ละ จองไปหมดแล้ว รอแต่เดินทางนี่แหละ
ก็เลยตอบทุกคนว่า "ยังไงฉันก็จะไป " ด้วยความแน่วแน่(เหรอ?)
คืนวันที่ 18 ก็ได้ฤกดิ์เก็บข้าวของ ซึ่งมันกระชั้นชิดอีกแล้ว
จัดไปเท่าที่คิดว่าน่าพอเอาอยู่ เผื่อๆนิดหน่อยละกัน จัดไปจัดมา เต็มกระเป๋าซะงั้น
วันที่ 19 ตอนกลางวันก็ไปทพงานปกติ เลิกงารีบกลับบ้าน
2 ทุ่มกว่าๆก็ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิกันเล้ยยยย
3 ทุ่มกว่าๆก็เข้าไปเช็คอิน แล้วลงมาอิ่มหน่ำสำราญ(??)ที่แบล็กแคนย่อน
แต่ก่อนจะเดินทางมันก็ลามมาที่ญี่ปุ่น แอบเกร็งๆเหมือนกัน
ทุกคนที่รู้ว่าจะไปก็ถามกันใหญ่ จะไปจริงเหรอ ช่วงนี้ไม่กลัวไข้หวัดรึไง
แต่ทำไงได้ละ จองไปหมดแล้ว รอแต่เดินทางนี่แหละ
ก็เลยตอบทุกคนว่า "ยังไงฉันก็จะไป " ด้วยความแน่วแน่(เหรอ?)
คืนวันที่ 18 ก็ได้ฤกดิ์เก็บข้าวของ ซึ่งมันกระชั้นชิดอีกแล้ว

จัดไปเท่าที่คิดว่าน่าพอเอาอยู่ เผื่อๆนิดหน่อยละกัน จัดไปจัดมา เต็มกระเป๋าซะงั้น
วันที่ 19 ตอนกลางวันก็ไปทพงานปกติ เลิกงารีบกลับบ้าน
2 ทุ่มกว่าๆก็ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิกันเล้ยยยย
3 ทุ่มกว่าๆก็เข้าไปเช็คอิน แล้วลงมาอิ่มหน่ำสำราญ(??)ที่แบล็กแคนย่อน
(เพื่อนบอกโอเคสุดทั้งสุวรรณภูมิ) สัก 4 ทุ่มก็เตรียสตัวละ ตรวจนู่นนี่นั่น
เข้าไปเดินเล่นข้างในก็ไม่เห็นจะมีอะไรเยอะแยะ นอกจากคิงพาวเวอร์ คิงพาวเวอร์ และคิงพาวเวอร์

นั่งๆ เล่นเกมส์ ฟังเพลง รอเรียกขึ้นเครื่อง ทุ่มนิดๆก็ได้ขึ้นละ
อำลาประเทศไทยทางทวิตเตอร์นี่แหละ

นั่งๆ เล่นเกมส์ ฟังเพลง รอเรียกขึ้นเครื่อง ทุ่มนิดๆก็ได้ขึ้นละ
อำลาประเทศไทยทางทวิตเตอร์นี่แหละ

หมายเหตุ
รูปเปิดรูปแรกนั้น เป็นแถวบ่อน้ำตรงศาลเจ้าอาซาคุสะครับ
กลุ่ม happy friday studio แปะโฆษณาแบบนั้นไว้เยอะพอดู
ดูจากสภาพ น่าจะแปะมานานแล้วเหมือนกัน
พอดีว่าคิดอะไรไม่ออก เลยตั้งชื่อทริปนี้เป็นชื่อเดียวกับเขาไปเลยละกัน (ฮา)
กลุ่ม happy friday studio แปะโฆษณาแบบนั้นไว้เยอะพอดู

ดูจากสภาพ น่าจะแปะมานานแล้วเหมือนกัน
พอดีว่าคิดอะไรไม่ออก เลยตั้งชื่อทริปนี้เป็นชื่อเดียวกับเขาไปเลยละกัน (ฮา)
และที่สำคัญไปเมืองนอก ไม่ใช่บ้านของเรา น้องๆหนูไม่ควรไปทำอะไรเลอะเทอะทิ้งไว้นะจ๊ะ
Tags: japan, ญี่ปุ่น, ท่องเที่ยว17 Comments
#1 By เด็กเข้าใจยาก on 2009-05-28 13:28